Saturday, August 25, 2018

ปลูกขมิ้นชัน (ขมิ้นแกง) ไร้สารพิษไว้บริโภตบำบัดโรคมีสุขภาพดีและอายุยืน

ปลูกขมิ้นชัน (ขมิ้นแกง)ไร้สารพิษไว้บริโภค

บำบัดโรคมีสุขภาพดีและอายุยืน

สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย  อ. หมอสุชาติ ภูวรัตน์ 
ขมิ้นชัน (ขมิ้นแกง)  ชื่ออังกฤษ Turmeric, Curcuma ปลูกขึ้นในสวน บริเวณสวนครัวหลังบ้าน


จัดทำโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
นธ.เอก, บาลีประโยค 1-2
(อดีตพระธรรมทูตต่างประเทศ)
B.S. Engineering Design Tech.
 B.A. ศาสนศาสตร์บัณฑิต
B.S. Computer Information Systems
B.TM. พทย์แผนไทยบัณฑิต
สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
บ.ภ., พท.ว., พท.ผ., พท.น.
ครูแพทย์แผนไทย 4 ด้าน
ศูนย์การแพทย์แผนไทยภูเก็ต
ทำเพื่อการศึกษาและประโยชน์แก่ผู้ชม





    
   
ขมิ้นชัน เป็นพืชล้มลุกมีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียก เหง้าๆ มีสีเหลืองอมส้ม เหง้าขนาดเล็ก กลิ่นฉุน ส่วนเหนือดินเป็นก้านใบหุ้มซ้อนกัน ใบมีขนาดใหญ่ ท้องใบไม่มีขน ดอกออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกยาว มีใบประดับสีเขียวอ่อนๆ หรือขาวรูปหอกเรียงซ้อนกัน กลีบดอกสีเหลือง หน้าแล้งขมิ้นจะลงหัว ต้นและใบบนดินจะแห้ง
สรรพคุณ  เหง้าสดหรือแห้ง  รสฝาด กลิ่นหอม แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน ขับลม แก้ท้องร่วง แผลในกระเพาะอาหาร 
ประโยชน์ และวิธีใช้   ขมิ้นสด ล้างสะอาด ตำกับดินประสิวเล็กน้อย ผสมน้ำปูนใส พอกบาดแผล และแก้เคล็ดขัดยอก, เผาไฟ ตำกับน้ำปูนใส รับประทาน แก้ท้องร่วง แก้บิด,   ผงขมิ้น  นำผงมาเคี่ยวกับน้ำมันพืช ทำน้ำมันใส่แผลสด,   น้ำคั้นเหง้าสด ทาแก้แผลถลอก แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ลดอาการอักเสบ ทำให้ผิวหนังผุดผ่องทำยาอัดเม็ด แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย กระเพาะอาหารอ่อนแอ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้ท้องร่วง แก้บิด, ทำยาลูกกลอน ใช้ขมิ้นสดล้างสะอาด (ไม่ปอกเปลือก) หั่นเป็นชิ้นบางๆ ตากแดดจัด 1-2 วัน บดละเอียดผสมน้ำผึ้ง ปั้นเป็นเม็ดเท่าปลายนิ้วก้อยผึ่งลมให้แห้งใส่ขวดสะอาดปิด กินวันละ 4 ครั้งๆละ 2-3 เม็ด หลังอาหาร-ก่อนนอน, แคปซูล ผงแห้งบรรจุแคปซูล (250 มก.) กินวันละ 4 ครั้งๆละ 2 เม็ด หลังอาหาร-ก่อนนอน
ข้อควรระวัง บางคนรับประทานขมิ้นแล้วอาจมีอาการแพ้ขมิ้น เช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดหัว เป็นต้น หากมีอาการดังกล่าว ให้หยุดรับประทานและเปลี่ยนไปใช้สมุนไพรชนิดอื่นแทน

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. ขมิ้นชัน. สารานุกรมสมุนไพร หน้า 124, กรุงเทพฯ
    โรงพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์ 2540
2. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ขมิ้นชัน (ขมิ้นแกง). 
    ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป  สาขาเภสัชกรรม หน้า 74,   นนทบุรี
3. สถาบันการแพทย์แผนไทย. กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
    ขมิ้นชัน, การแพทย์แผนไทยกับการดูแลสุขภาพ หน้า 43-4 นนทบุรี
    โรงพิมพ์สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 2552



ปลูกกระชายไร้สารพิษไว้บริโภคเพื่อบำบัดโรคมีสุขภาพดีและอายุยืน

ปลูกกระชายไร้สารพิษไว้บริโภคเพื่อบำบัดโรคมีสุขภาพดี-อายุยืน



จัดทำโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
นธ.เอก, บาลีประโยค 1-2
(อดีตพระธรรมทูตต่างประเทศ)
B.S. Engineering Design Tech.
 B.A. ศาสนศาสตร์บัณฑิต
B.S. Computer Information Systems
B.TM. พทย์แผนไทยบัณฑิต
สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
บ.ภ., พท.ว., พท.ผ., พท.น.
ครูแพทย์แผนไทย 4 ด้าน
ศูนย์การแพทย์แผนไทยภูเก็ต
ทำเพื่อการศึกษาและประโยชน์แก่ผู้ชม


สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย  อ. หมอสุชาติ ภูวรัตน์
กระชาย ชื่ออังกฤษ (วงศ์)  ZINGIBERACEAE   ปลูกขึ้นทั่วไปในสวน หรือบริเวณบ้าน






   
กระชาย เป็นไม้ล้มลุก สูง 1-2 ศอก มีลำต้นใต้ดิน (เหง้า) มีรากเก็บอาหารแยกเป็นกระเปาะจากเหง้าเรียกว่า นมกระชาย เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะ ใบใหญ่ยาวปลายแหลม ดอกเป็นช่อสีขาวชมพูม่วงอมแดง  ขยายพันธุ์โดยแยกหน่อ กระชายมี 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง กระชายเหลือง โดยทั่วไปนิยมปลูกกระชายเหลือง
สรรพคุณ                                                   
      เหง้า  รสเผ็ดร้อนขม แก้ปากเปื่อย ปากแตกเป็นแผล ขับระดูขาว  แก้ปวดมวนท้อง
              แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ใจสั่น แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิดมูกเลือด รักษาลำไส้ใหญ่
              อักเสบ บำรุงกำลัง 
      ราก (นมกระชาย)  รสเผ็ดร้อนขม แก้กามตายด้าน ทำให้กระชุ่มกระชวย
              มีสรรพคุณคล้ายโสม

ประโยชน์และวิธีใช้  นำเหง้าและรากประมาณครึ่งกำมือ (สดหนัก 5-10 กรัม,
แห้งหนัก 3-5 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด หรือนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน

 บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. กระชาย. สารานุกรมสมุนไพร หน้า 72, กรุงเทพฯ :
    โรงพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์ 2540
2. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข กระชาย.
    ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม หน้า 73,105, นนทบุรี




ปลูกกระเทียม ไร้สารพิษ ไว้บริโภคเพื่อบำบัดโรคมีสุขภาพดีและอายุยืน

ปลูกกระเทียมไร้สารพิษไว้บริโภค

เพื่อบำบัดโรคมีสุขภาพดีและอายุยืน


จัดทำโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
นธ.เอก, บาลีประโยค 1-2
(อดีตพระธรรมทูตต่างประเทศ)
B.S. Engineering Design Tech.
 B.A. ศาสนศาสตร์บัณฑิต
B.S. Computer Information Systems
B.TM. พทย์แผนไทยบัณฑิต
สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
บ.ภ., พท.ว., พท.ผ., พท.น.
ครูแพทย์แผนไทย 4 ด้าน
ศูนย์การแพทย์แผนไทยภูเก็ต
ทำเพื่อการศึกษาและประโยชน์แก่ผู้ชม


สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย อ. หมอสุชาติ ภูวรัตน์ 
กระเทียม  ชื่ออังกฤษ  Garlic ปลูกขึ้นทั่วไปในสวน หรือบริเวณสวนครัวหลังบ้าน



กระเทียม  เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดิน เรียก หัวๆมีกลีบย่อยหลายกลีบติดกันแน่น เนื้อสีขาวมีกลิ่นฉุนเฉพาะ หัวที่มีกลีบเดียว เรียก กระเทียมโทน หัวค่อนข้างกลม ใบยาวแบน ปลายแหลม ภายในกลวง ดอกรวมกันเป็นกระจุกที่ปลายก้านช่อ ดอกสีขาวอมเขียว หรือชมพูอมม่วง ผลมีขนาดเล็ก ขยายพันธุ์ด้วยหัว
สรรพคุณ  ใบ รสร้อนฉุน ทำให้เสมหะแห้ง กระจายโลหิต แก้ลมปวดมวนในท้อง,
              ทั้งห้า แก้โรคผิวหนัง แก้ไข้หวัด     
              หัว ลดความดันโลหิตสูง ขับเสมหะ รักษาแผลเรื้อรัง แก้ไอ แก้บวม พุพอง,  
              ลำต้น แก้ฟกบวม
ประโยชน์และวิธีใช้  ส่วนที่ใช้ หัวใต้ดิน, รสเผ็ดร้อน เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้กลากเกลื้อน แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร, ให้รับประทานกระเทียมสด (พร้อมอาหารที่มีโปรตีน เช่น เนื้อ ไข่) ครั้งละ 5-7 กลีบ (หนัก 5 กรัม) หลังอาหารหรือเวลามีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด, สำหรับแก้อาการกลาก เกลื้อน ให้ฝานกลีบกระเทียมแล้วนำมาถูบ่อยๆ หรือคั้นเอาน้ำทาบริเวณที่เป็นโดยใช้ไม้เล็กๆขูดบริเวณที่เป็น ให้ผิวแดง ก่อนแล้วจึงทาบ่อยๆ หรือวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น,  ดองน้ำผึ้ง หรือรับประทานสดครั้งละ 5-10 กลีบ ขจัดไขมันในเส้นเลือด
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ลดความดันโลหิต ลด cholesterol และไขมันในเส้นเลือด ลดความหนืดของเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ต้านมะเร็งที่เกิดตามที่ต่างๆ เช่น ที่เต้านม ผิวหนัง ขับลม ลดอาการอักเสบ สมานแผล เก๊าท์ เพิ่มภูมิคุ้มกัน

ข้อควรระวัง หัว มีฤทธิ์ระคายเคืองสูง กินมากๆ จะทำให้ปวดท้อง คนแพ้ 
                     จะเกิดผื่นแดงคันมาก

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. กระเทียม. สารานุกรมสมุนไพร หน้า 84, กรุงเทพฯ :
    โรงพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์ 2540
2. จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก. กระเทียม. สมุนไพรบำบัดเบาหวาน 150 ชนิด หน้า 51, กรุงเทพฯ:
    โรงพิมพ์ เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด 2552
3. จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก. กระเทียม. สมุนไพรลดความดันโลหิต 121 ชนิด หน้า 64-7, กรุงเทพฯ:
    โรงพิมพ์ เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด 2552
4. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข  กระเทียม,
    ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม หน้า 74,102-3, นนทบุรี



Friday, August 24, 2018

ปลูกกระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบขาว ไร้สารพิษไว้บริโภค เพื่อบำบัดโรคมีสุขภาพดีและอายุยืน

ปลูกกระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบขาว ไร้สารพิษไว้บริโภคเพื่อบำบัดโรคมีสุขภาพดีและอายุยืน


จัดทำโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
นธ.เอก, บาลีประโยค 1-2
(อดีตพระธรรมทูตต่างประเทศ)
B.S. Engineering Design Tech.
 B.A. ศาสนศาสตร์บัณฑิต
B.S. Computer Information Systems
B.TM. พทย์แผนไทยบัณฑิต
สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
บ.ภ., พท.ว., พท.ผ., พท.น.
ครูแพทย์แผนไทย 4 ด้าน
ศูนย์การแพทย์แผนไทยภูเก็ต
ทำเพื่อการศึกษาและประโยชน์แก่ผู้ชม


สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย อ. หมอสุชาติ ภูวรัตน์ 
กระเจี๊ยบแดง  ชื่ออังกฤษ Jamaican sorrel  ปลูกขึ้นในสวน หรือบริเวณสวนครัวหลังบ้าน



       กระเจี๊ยบแดง  เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้น กิ่งก้านใบ มีสีแสดเข้ม ใบเว้าลึก 3 หยัก ดอกสีเหลือง กลางดอกสีแดง กลีบเลี้ยงสีแดงหนา รสเปรี้ยว ผลยาวปลายแหลมมีจีบตามยาว สามารถปลูกได้ในประเทศเขตร้อนทั่วไป ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด
สรรพคุณ  ใบ  รสเปรี้ยว แก้พยาธิตัวจี๊ด กัดเสมหะ แก้อักเสบ  ขับเมือกมันในลำไส้
                      ให้ลงสู่ทวารหนัก
                กลีบเลี้ยง (ดอก) รสเปรี้ยว แก้โรคนิ่วในไตในกระเพาะปัสสาวะ แก้ขัดเบา 
                       ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะเมือกมันในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก
                เมล็ด รสเมา บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด
                ผล     รสจืด ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะอาหารประโยชน์ และวิธีใช้  ใช้เป็นยารักษาอาการขัดเบา โดยใช้กลีบเลี้ยงหรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้ง บดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส  วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาจะหายไป
ฤทธิ์ทางพิษวิทยา ลดความดันโลหิต ขับปัสสาวะ ลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรีย เป็นยาระบาย ลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มความเป็นกรดในปัสสาวะ

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช.  กระเจี๊ยบ (กระเจี๊ยบแดง). สารานุกรมสมุนไพร หน้า 69, กรุงเทพฯ
    โรงพิมพ์ โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์ 2540
2. จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก. กระเจี๊ยบแดง.. สมุนไพรลดความดันโลหิต 121 ชนิด หน้า 57, กรุงเทพฯ:
    โรงพิมพ์ เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด 2552
3. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข กระเจี๊ยบแดง.
    ตำราแพทย์แผน โบราณ ทั่วไปสาขาเภสัชกรรม หน้า 10, 104,  นนทบุรี 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย อ. หมอสุชาติ ภูวรัตน์
กระเจี๊ยบขาว (กระเจี๊ยบมอญ) ชื่ออังกฤษ Okra, Lady’s finger ปลูกขึ้นในสวน หรือหลังบ้าน




กระเจี๊ยบขาว (กระเจี๊ยบมอญ) เป็นไม้ล้มลุก ใบโตหยักลึก มีขนคลุม ดอกสีเหลืองโต ลูกกลมยาว โคนตรงปลายแหลม เป็นจีบมีขนรอบ เมื่อผลแก่จะแตกออกเห็นเมล็ดกลมสีดำ ปลูกได้ในประเทศเขตร้อนทั่วไป ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
สรรพคุณ
ผล รสหวานเย็น บดเป็นผง ชงน้ำร้อน หรือปั้นเป็นเม็ด รับประทาน
          รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดน้ำตาลในเลือด กัดเสมหะ แก้ไอ 
          ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก รักษาแผลในกระเพาะ อาหาร บำรุงธาตุ
          ชูกำลัง แก้ดีพิการ
เมล็ด  บำรุงธาตุ  บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ
ใบ     ไอ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก แก้เสมหะ ฟอกโลหิต

ประโยชน์ และวิธีใช้  นำผลอ่อน มาปรุงเป็นอาหารเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือทำเป็นผลแห้ง
นำมาป่นเป็นผง ชงดื่มกับน้ำ ใช้รักษาโรคเบาหวาน และแก้โรคแผลในกระเพาะได้
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ฆ่าพยาธิตัวจี๊ดได้ ฆ่าพยาธิไส้เดือน ลดน้ำตาลในเลือด
                           ลดไขมันในเลือด

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. กระเจี๊ยบมอญ. สารานุกรมสมุนไพร หน้า 70, กรุงเทพฯ :
   โรงพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์ 2540
2. จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก. กระเจี๊ยบมอญ. สมุนไพรบำบัดเบาหวาน 150 ชนิด หน้า 47
    กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด 2552