Sunday, September 23, 2018

ปลูกมะม่วงหิมพานต์ พลับพลึง พืชผักสมุนไพรไร้สารพิษไว้บริโภค สุขภาพดี มีอายุยืน

ปลูกมะม่วงหิมพานต์ พลับพลึงพืชผักสมุนไพร

ไร้สารพิษไว้บริโภค สุขภาพดี มีอายุยืน



 

จัดทำโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
นธ.เอก, บาลีประโยค 1-2
(อดีตพระธรรมทูตต่างประเทศ)
B.S. Engineering Design Tech.
 B.A. ศาสนศาสตร์บัณฑิต
B.S. Computer Information Systems
B.TM. พทย์แผนไทยบัณฑิต
สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
บ.ภ., พท.ว., พท.ผ., พท.น.
ครูแพทย์แผนไทย 4 ด้าน
ศูนย์การแพทย์แผนไทยภูเก็ต
ทำเพื่อการศึกษาและประโยชน์แก่ผู้ชม


สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย นายสุชาติ ภูวรัตน์

มะม่วงหิมพานต์ (กายี่) ชื่ออังกฤษ Cashaw Nut ปลูกในภูเก็ต มีโรงงานทำน้ำคั้นขายที่ท่าเรือ
 


  

     

มะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ทรงพุ่มกิ่งก้านแตกออกด้านข้าง ใบเดี่ยว ดอกช่อ ผลรูป ระฆังคล้ายชมพู่ มีเมล็ดเหมือนเมล็ดถั่วโตๆ ติดอยู่ที่ปลายผล 1 เมล็ด เนื้อในเมล็ดรสเมามัน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปลูกได้ในเขตร้อน
 สรรพคุณ
               ผล         รสฝาด  พอกดับพิษ
            เมล็ด       รสเมามัน  บำรุงเส้นเอ็น  แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน บำรุงกระดูก 
                            บำรุงกำลัง บำรุงผิวหนัง
            เปลือกต้น รสฝาด  แก้บิด ฝาดสมาน แก้ท้องเสีย
          ยอดอ่อน  รสฝาด รักษาริดสีดวงทวาร
                ยาง      รสร้อนเมา กัดทำลายเนื้อด้านเป็นตุ่มโต ใช้แต้มหัวหูด และตาปลา

ประโยชน์ทางและวิธีใช้  นำเปลือกต้น 4 – 5 ชิ้น ต้มน้ำดื่ม เช้า - เย็น
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าพยาธิ ลดน้ำตาลในเลือด 
                           แก้ปวด ลดความดันโลหิตสูง

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. มะม่วงหิมพานต์. สารานุกรมสมุนไพร หน้า 363, กรุงเทพฯ
     โรงพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์  2540
----------------------------------------------------------------------------------------------------------


สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
พลับพลึง ชื่อวิทยาศาสตร์ Crinum asiaticum  ปลูกขึ้นทั่วไปในสวน หรือหลังบ้าน
พลับพลึง พืชล้มลุก มีหัวใต้ดิน ใบเดี่ยวกว้างยาว ปลายก้านช่อออกดอก
พลับพลึงแดง กลีบสีชมพูขาว หลังสีแดง
พลับพลึงขาว กลีบสีขาว มีกลิ่นหอม

      

สรรพคุณ  
         ใบ    รสเอียน ต้มดื่มทำให้อาเจียนเป็นเสมหะ ย่างหรือลนไฟให้ตายนึ่ง
                 ใช้ประคบแก้ฟกช้ำดำเขียวและเคล็ดยอก หรือพันตามอวัยวะที่เคล็ดยอก
                 บวมแพลง ถอนพิษได้ดี
     เมล็ด    รสเฝื่อน ขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย ระบายท้อง ขับระดู
       หัว      รสขม ระบายท้อง ขับเสมหะ แก้น้ำดีพิการ
      ราก      รสเฝื่อน เคี้ยวกลืนน้ำทำให้อาเจียน ตำพอกบาดแผล แก้พิษยางน่อง

ประโยชน์และวิธีใช้  ได้ระบุไว้ข้างบนนี้

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. พลับพลึง. คัมภีร์เภสัชรัตนโกสินทร์ หน้า 555-6, กรุงเทพฯ :
     บริษัทศิลป์สยามบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด 2547
2. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. พลับพลึงสารานุกรมสมุนไพร หน้า 316, กรุงเทพฯ :
    โรงพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์ 2540
3. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พลับพลึง.
    ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม หน้า 36, นนทบุรี 


ปลูกบัวหลวง พญายอ (เสลดพังพอนตัวเมีย) พืชผักสมุนไพรไร้สารพิษไว้บริโภค สุขภาพดี มีอายุยืน


ปลูกบัวหลวง 
พญายอ (เสลดพังพอนตัวเมีย)
พืชผักสมุนไพรไร้สารพิษ
ไว้บริโภค สุขภาพดี มีอายุยืน




จัดทำโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
นธ.เอก, บาลีประโยค 1-2
(อดีตพระธรรมทูตต่างประเทศ)
B.S. Engineering Design Tech.
 B.A. ศาสนศาสตร์บัณฑิต
B.S. Computer Information Systems
B.TM. พทย์แผนไทยบัณฑิต
สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
บ.ภ., พท.ว., พท.ผ., พท.น.
ครูแพทย์แผนไทย 4 ด้าน
ศูนย์การแพทย์แผนไทยภูเก็ต
ทำเพื่อการศึกษาและประโยชน์แก่ผู้ชม


 สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์ 
บัวหลวง  ชื่ออังกฤษ Lotus ปลูกทั่วไปในบึง สระ สวนสาธารณะ  เช่น ที่สวนหลวง ร. 9





  บัวหลวง  เป็นบัวพันธุ์ดั้งเดิม ที่มีปลูกอยู่ทั่วไปทั่วประเทศ ดอกทรงตูมสูง ค่อนข้างเพรียว กลีบดอกสีชมพูและสีขาว
สรรพคุณ  บัวหลวงทั้งหมดมีสรรพคุณเสมอกัน คือ
         ใบอ่อน  รสฝาดเปรี้ยว บำรุงร่างกายให้ชุ่มชื่น
        ใบแก่    รสฝาดเปรี้ยวเมาเล็กน้อย แก้ไข้ บำรุงโลหิต สูบแก้ริดสีดวงจมูก
          ดอก     รสฝาดหอม บำรุงครรภ์ แก้ไข้ บำรุงหัวใจ ทำให้คลอดบุตรง่าย 
                       แก้เสมหะและโลหิต
          เกสร     รสฝาดหอม แก้ไข้รากสาด แก้ไข้มีพิษร้อน ชูกำลังทำให้ชื่นใจ 
                       บำรุงครรภ์รักษา
          ฝัก        รสฝาดหอม แก้ท้องเสีย แก้พิษเห็ดเมา ขับรกให้ออกเร็ว
          เมล็ด     รสหวานมัน บำรุงกำลัง บำรุงไขข้อ ทำให้กระชุ่มกระชวย แก้อ่อนเพลีย 
                       เพิ่มไขมันในร่างกาย
          ดีบัว     รสขม ขยายหลอดเลือดหัวใจ แก้น้ำกามเคลื่อนขณะหลับ 
                       แก้กระหายหลังอาเจียนเป็นโลหิต
          เหง้า (ราก)  รสหวานเย็นมัน บำรุงกำลัง แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ดีพิการ 
                       แก้พุพอง แก้อาเจียน แก้เสมหะ

ประโยชน์และวิธีใช้  ใช้ดอก เกสร ดีบัว เป็นยาเย็น ลดน้ำตาลในเลือด ขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ บำรุงหัวใจ ขับเสมหะ โดยใช้ดอกบัวสดหั่น ตากแดดแห้ง คั่วให้หอม เก็บไว้ชงดื่มครั้งละ 1 หยิบมือ ชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว ดื่มจิบไปเรื่อยๆ 3 ครั้ง แล้วให้เปลี่ยนยาใหม่

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. บัวหลวง. สารานุกรมสมุนไพร หน้า 267-8, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ โอ.เอส. 
     พริ้นติ้ง เฮาส์ 2540
2. จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก. บัว. สมุนไพรบำบัดเบาหวาน 150 ชนิด หน้า 96-7, กรุงเทพฯ:
    โรงพิมพ์ เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด 2552
3. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข บัวหลวง. 
     ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม หน้า 78, นนทบุรี 
----------------------------------------------------------


สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
พญายอ (เสลดพังพอนตัวเมีย) ชื่อวิทยาศาสตร์ Clinacanthus nutans ปลูกขึ้นในสวนสมุนไพร
ชื่อท้องถิ่น ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่), พญาปล้องดำ (ลำปาง), เสลดพังพอนตัวเมีย พญาปล้องทอง (กลาง), ลิ้นมังกร โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง) 

  
ลักษณะของพืช เสลดพังพอนตัวเมีย เป็นไม้พุ่มแกมเลื้อย เถา และใบสีเขียว ไม่มีหนาม ใบยาวเรียว ปลายแหลมออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ดอกออกช่ออยู่ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3 – 6 ดอก กลีบดอกเป็นหลอดปลายแยกสีแดงอมส้ม 
ส่วนที่ใช้เป็นยา ใบ 

ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา เก็บใบขนาดกลางที่สมบูรณ์ ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป 

สรรพคุณ ใบ รสจืด 

วิธีใช้  ใบพญายอ รักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด บวม แดง ร้อน แต่ไม่มีไข้) จากแมลงมีพิษกัดต่อย เช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้งต่อย ต่อ แตน เป็นต้น โดยเอาใบสด 10 – 15 ใบ (มากน้อยตามบริเวณที่เป็น) ล้างให้สะอาด ใส่ลงในครกตำยา ตำให้ละเอียด เติมเหล้าขาวพอชุ่มยาใช้น้ำ และกากทาพอกบริเวณที่บวมหรือถูกแมลงสัตว์กัดต่อย

          ทั้งต้น     รสจืดเย็น แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย แก้เริม งูสวัด แก้บิด ถอนพิษไข้
                       ตำกับดินประสิวเล็กน้อย ผสมสุราคั้นเอาน้ำดื่มและเอากากพอก แก้พิษงู
                       เมื่อถูกงูพิษร้าย หรือสัตว์ที่มีพิษร้าย ขบกัด ให้เอาเขี้ยวออก
                       ให้ยาครั้งแรก 15-30 นาที ให้ยาซ้ำอีกครั้ง ใช้ได้ดีกับงูพิษทุกชนิด
                       ในกรณืที่งูเห่าพ่นพิษเข้าตา ให้รีบตำยาผสมน้ำสะอาดล้างตา เอากากพอกตา
                        และให้กินด้วย ตาไม่บอดแล ใช้ใบดองสุรา เอาผสมดินสอพองทาแก้สิว
                        แก้เม็ดผดผื่นคัน
              ราก    รสจืดเย็น ฝนทาแก้พิษงู ตะขาบ แมงป่อง

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. เสลดพังพอนตัวเมีย. คัมภีร์เภสัชรัตนโกสินทร์ หน้า 600, กรุงเทพฯ :
     บริษัทศิลป์สยามบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ จำกัด 2547
2. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. เสลดพังพอนตัวเมีย. สารานุกรมสมุนไพร หน้า 445, กรุงเทพฯ :
    โรงพิมพ์ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์ 2540
3. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข เสลดพังพอนตัวเมีย..
    ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม หน้า 120, นนทบุรี 



ปลูกกระถินไทย (สะตอเบา) ดีปลี พืชผักสมุนไพรไร้สารพิษไว้บริโภค สุขภาพดี มีอายุยืน

ปลูกกระถินไทย (สะตอเบา) ดีปลี
พืชผักสมุนไพรไร้สารพิษ 
ไว้บริโภค สุขภาพดี มีอายุยืน


จัดทำโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
นธ.เอก, บาลีประโยค 1-2
(อดีตพระธรรมทูตต่างประเทศ)
B.S. Engineering Design Tech.
 B.A. ศาสนศาสตร์บัณฑิต
B.S. Computer Information Systems
B.TM. พทย์แผนไทยบัณฑิต
สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
บ.ภ., พท.ว., พท.ผ., พท.น.
ครูแพทย์แผนไทย 4 ด้าน
ศูนย์การแพทย์แผนไทยภูเก็ต
ทำเพื่อการศึกษาและประโยชน์แก่ผู้ชม


สมุนไพรในจังหวัดภูเก็ต    เรียบเรียงโดย อ.หมอสุชาติ ภูวรัตน์
กระถินไทย (กระถิน, สะตอเบา) ชื่ออังกฤษ Wild Tamarind ปลูกขึ้นทั่วไปในสวนหลังบ้าน

 

 
   
กระถินไทย  เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ใบประกอบแบบขนนก ดอกเล็กๆอัดแน่นเป็นกระจุกกลม เกสรเป็นพู่สีขาว ฝักแบบยาว เมล็ดรูปไข่แบน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่ทั่วประเทศไทย
สรรพคุณ
            เมล็ด     ใช้ถ่ายพยาธิตัวกลม ลดน้ำตาลและไขมันในเลือด
            ดอก        รสมัน บำรุงตับ แก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา
            ราก         รสจืดเฝื่อน ขับผายลม ขับระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะ
ประโยชน์และวิธีใช้  ใช้ดอก ราก เมล็ด, นำเมล็ดกระถินไทยตากแห้งบดเป็นผง 
หรือคั่วกินเป็นอาหาร โดยปกตินิยมใช้ยอดและฝักอ่อนจิ้มน้ำพริกรับประทานเป็นอาหาร
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ฤทธิ์คุมกำเนิด เป็นพิษต่อต่อมธัยรอยด์ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ยับยั้งการเจริญเติบโต ทำให้หัวใจเต้นช้า บำรุงหัวใจ ลดความดันโลหิต 
ลดน้ำตาลในเลือด ลด cholesterol
ข้อควรระวัง ใบกิ่งก้านอุดมด้วยไนโตรเจนและเกลือโพแทสเซียม ทำปุ๋ยหมักได้ดี 
ทุกส่วนทั้งต้น ทำให้เกิดพิษแก่สัตว์เลี้ยง เช่น ม้า สุกร กระต่าย เป็ด ไก่ เป็นต้น 
ทำให้ขนร่วง เมื่อหยุดกินขนจะงอกใหม่   

บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. กระถิน (กระถินไทย). สารานุกรมสมุนไพร หน้า 78, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์
     โอ.เอส. พริ้นติ้งเฮาส์  2540
2. จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก. กระถิน (กระถินไทย, สะตอเบา). สมุนไพรบำบัดเบาหวาน 150 ชนิด
     หน้า 49 กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด 2552
3. จุไรรัตน์ เกิดดอนแฝก. กระถิน (กระถินไทย, สะตอเบา). สมุนไพรลดความดันโลหิต 121 ชนิด
    หน้า 62-3,  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ เซเว่น พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด 2552
4. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข กระถินไทย.
    ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม หน้า 11, นนทบุรี 
--------------------------------------------------------
ดีปลี
ชื่อท้องถิ่น ดีปลีเชือก (ภาคใต้), ประดงข้อ, ปานนุ (ภาคกลาง)
ชื่ออังกฤษ Indian Long Pepper. Java Long Pepper

ลักษณะของพืช ดีปลีไม้เลื้อย ใบรูปไข่ โคนมนปลายแหลม เป็นใบเดี่ยว คล้ายใบย่านางแต่ผิวใบมันกว่า และบางกว่าเล็กน้อย ดอกไม้เป็นรูปทรงกระลอกปลายมน เมื่อแก่กลายเป็นผลสีแดง



ส่วนที่ใช้เป็นยา ผลแก่แห้ง (หมอยาเรียก ดอกดีปลี)

ช่วงเวลาที่เก็บ ช่วงที่ผลแก่จัดแต่ยังไม่สุก ตากแดดให้แห้ง

สรรพคุณ  
      ใบ   รสเผ็ดร้อน แก้เส้นสุมนา (ศูนย์กลางท้อง)
      ผล  (ดอกดีปลี) รสเผ็ดร้อนขม แก้ปถวีธาตุพิการ แก้ท้องร่วง ขับลมในลำไส้ แก้หืด                    ไอ แก้ลมวิงเวียน แก้ริดสีดวงทวารหนัก แก้คุดทะราด เจริญอาหาร แก้หลอดลม
             อักเสบ แก้โรคนอนไม่หลับ โรคลมบ้าหมู ขับน้ำดี (ในกรณีท่อน้ำดีอุดตัน) ชับระดู                ทำให้แท้ง ขับพยาธิ ใช้ภายนอก (แก้ปวดกล้ามเนื้อ รักษาอาการอักเสบ) 
             บำรุงธาตุ ขับลม แก้จุกเสียด
      เถา รสเผ็ดร้อน แก้เสมหะพิการ แก้ปวดฟัน  แก้ปวดท้อง แก้ลมวิงเวียน แก้จุกเสียด 
             แก้ริดสีดวงทวาร แก้ลม เจริญอาหาร ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ 
     ราก  รสเผ็ดร้อนขม แก้เส้นอัมพฤกษ์อัมพาต ดับพิษปัตคาต แก้หืด ไอ แก้ลมวิงเวียน 
             แก้เสมหะ แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ รักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ

สารสำคัญ ผล ให้น้ำมันหอมระเหย 0.7 % มีแอลคาลอยด์ Piperine, Piplartine และ
                        Liquid alkaloid อีก 2 ชนิด ซึ่งมีฤทธิ์ขับน้ำลาย และทำให้ชา
                 ราก ทำให้ลิ้นชา มี Piplartine และแอลคาลอยด์สีเหลืองอีกเล็กน้อย

วิธีใช้ ผลแก่แห้งของดีปลี ใช้เป็นยารักษาอาการ ดังนี้

1. อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้อง และแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ที่เกิดจากธาตุไม่ปกติโดยใช้ผลแก่แห้ง 1 กำมือ (ประมาณ 10 – 15 ดอก) ต้มเอาน้ำดื่ม ถ้าไม่มีดอกใช้เถาต้มแทนได้

2. อาการไอ และขับเสมหะ ใช้ผลแก่แห้ง ประมาณครึ่งผล ฝนกับน้ำมะนาวแทรกเกลือ
กวาดคอ หรือจิบบ่อยๆ


บรรณานุกรม
1. วุฒิ วุฒิธรรมเวช. ดีปลี. สารานุกรมสมุนไพร หน้า 193, กรุงเทพฯ โรงพิมพ์
     โอ.เอส. พริ้นติ้งเฮาส์  2540
4. กองประกอบโรคศิลปะ. สำนักปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ดีปลี.
    ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม หน้า 112, นนทบุรี